คลินิกเปิดให้บริการแล้ว
ตารางแพทย์

โปรแกรม Ejal40 VS โปรแกรม Rejuran ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบ Skin Booster แบบละเอียด | Reva Clinic

โปรแกรม Ejal40 VS โปรแกรม Rejuran ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบ Skin Booster แบบละเอียด | Reva Clinic

โปรแกรม Ejal40 VS โปรแกรม Rejuran ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบ Skin Booster แบบละเอียด | Reva Clinic

นพ. ทรงศักดิ์ สุขสันติลาภ (หมอ แบงค์)
นพ. ทรงศักดิ์ สุขสันติลาภ (หมอ แบงค์)
7 กรกฎาคม 2569 · เวลาอ่าน 10 นาที

Ejal40 VS Rejuran ต่างกันอย่างไร? คู่มือเลือก Skin Booster ให้เหมาะกับผิวคุณ

     ในปัจจุบัน “Skin Booster” กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการ ฟื้นฟูผิวชุ่มชื้น คืนความอ่อนเยาว์ และกระตุ้นคอลลาเจน โดยไม่เปลี่ยนโครงหน้า

    บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Ejal40 VS Rejuran อย่างเป็นกลาง เพื่อช่วยให้คุณเลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมากที่สุด


Ejal40 คืออะไร

     Ejal40 เป็น Skin Booster ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid (HA) ความเข้มข้นสูง 40 mg/2ml ซึ่งเน้นการฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้างผิว (Skin Quality)

     จุดเด่นของ Ejal40 คือ

  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในผิว

  • ปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น

  • สนับสนุนการทำงานของคอลลาเจนในผิว

เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง ขาดน้ำ หรือดูไม่สดใส

Rejuran คืออะไร

     Rejuran เป็น Skin Booster ที่มีสารสำคัญกลุ่ม Polynucleotide (PN) ซึ่งได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

     แนวคิดหลักของ Rejuran คือ

  • ฟื้นฟูผิวในเชิง “ซ่อมแซม”

  • สนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวของผิว

  • เหมาะกับผิวที่มีความอ่อนแอหรือถูกทำร้าย


Ejal40 VS Rejuran ต่างกันอย่างไร

กลไกการทำงาน

  • Ejal40: เน้นเติมความชุ่มชื้นและปรับ Skin Quality

  • Rejuran: เน้นฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • Ejal40: ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำ สุขภาพดี

  • Rejuran: ผิวดูแข็งแรงขึ้น เนียนละเอียดขึ้น

ระยะเวลาเห็นผล

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และการประเมินโดยแพทย์

ความรู้สึกขณะทำ

  • ความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิคและบริเวณที่ทำ


Ejal40 เหมาะกับใคร

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ

  • ต้องการผิวดูฉ่ำ สุขภาพดี

  • เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ

  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

Ejal40 เหมาะกับใคร

  • ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย

  • มีรอยสิว หรือ texture ผิวไม่เรียบ

  • ต้องการฟื้นฟูผิวเชิงลึก

  • เคยผ่านการทำหัตถการมาแล้วและต้องการฟื้นฟู


ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

     การเลือก Ejal40 หรือ Rejuran ไม่ได้มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ

  • สภาพผิว

  • ปัญหาหลักของผิว

  • เป้าหมายของผลลัพธ์

ในหลายกรณี แพทย์อาจแนะนำแนวทางแบบผสมผสานเพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล


คำแนะนำจากแพทย์

     การประเมินโดยแพทย์เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การเลือก Skin Booster ที่เหมาะสมควรอิงจากการวิเคราะห์ผิวแบบเฉพาะบุคคล (Personalized)


สรุป โปรแกรม Ejal40 VS โปรแกรม Rejuran

     Ejal40 และ Rejuran เป็น Skin Booster ที่มีจุดเด่นต่างกัน โดย Ejal40 เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับผิวให้ดูอิ่มน้ำ ส่วน Rejuran เน้นฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว เหมาะกับปัญหาผิวต่างกัน การเลือกควรพิจารณาจากสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์

     Ejal40 และ Rejuran เป็น Skin Booster ที่มีแนวคิดต่างกัน

  • Ejal40 → เน้นเติมความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิว

  • Rejuran → เน้นฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว

การเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพผิวและคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุด


พูดคุยกับแพทย์เพื่อเลือก Skin Booster ที่เหมาะกับคุณ


FAQs (คำถามที่พบบ่อย)

Q1. Ejal40 คืออะไร

A1: Skin Booster ที่เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิว


Q2: Rejuran คืออะไร 

A2: Skin Booster ที่เน้นฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว


Q3: Ejal40 กับ Rejuran ต่างกันยังไง

A3: ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “แนวคิดของการฟื้นฟูผิว”

  • Ejal40 เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิวโดยรวม

  • Rejuran เน้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอ

ดังนั้น การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวหลักและเป้าหมายของผลลัพธ์ในแต่ละบุคคล


Q4: แบบไหนดีกว่ากัน

A4: ทั้งสองโปรแกรมมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพผิว เช่น ระดับความแห้ง ความอ่อนแอของผิว และเป้าหมายที่ต้องการ


Q5: ต้องทำกี่ครั้ง

A5: จำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • สภาพผิวเดิม

  • เป้าหมายของการดูแลผิว

  • การตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัย


Q6: เจ็บไหม

A6: ความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิคการทำ บริเวณที่ทำ และความไวของผิว


Q7: เห็นผลเมื่อไหร่

A7: ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและประเภทของ Skin Booster บางรายอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นในช่วงแรก ขณะที่ผลลัพธ์ด้านคุณภาพผิวอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในระยะเวลาถัดไป


Q8: อยู่ได้นานแค่ไหน 

A8: ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • สภาพผิวเดิม

  • พฤติกรรมการดูแลผิว

  • ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ เช่น การนอน แสงแดด

โดยทั่วไปอาจต้องมีการดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อคงคุณภาพผิว


Q:9: ทำร่วมกันได้ไหม

A9: ในบางกรณีสามารถวางแผนการทำร่วมกันได้ เพื่อให้ตอบโจทย์หลายปัญหาผิวในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น


Q10: มีผลข้างเคียงไหม

A10: หลังทำอาจมีอาการเล็กน้อย เช่น รอยแดง บวม หรือจุดเข็ม ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้น 


Q11: เหมาะกับวัยไหน

A11: เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของผิวที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความแห้ง ความไม่เรียบเนียน หรือผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงลึก

ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงอายุ แต่ขึ้นอยู่กับ “สภาพผิว” มากกว่า “ตัวเลขอายุ”


Q12: ต้องพักฟื้นไหม

A12: โดยทั่วไปใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้


Reviewed by: หมอแบงค์ - นพ. ทรงศักดิ์ สุขสันติลาภ (ว.55316)

                     หมอปอนด์ - นพ. กฤตพัฒน์ สาระ (ว.55491)

Updated: 27 พฤษภาคม 2569

Disclaimer: “ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณต้องการการดูแลแบบไหน?

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่ Reva Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณเข้าใจและดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ

FacebookInstagramXTikTokYouTube