ขณะนี้คลินิกอยู่นอกเวลาทำการ
ตารางแพทย์

โปรแกรม RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง? กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง?

โปรแกรม RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง? กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

นพ. ทรงศักดิ์ สุขสันติลาภ (หมอ แบงค์)
นพ. ทรงศักดิ์ สุขสันติลาภ (หมอ แบงค์)
15 กันยายน 2569 · เวลาอ่าน 5 นาที

โปรแกรม RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง? กี่วันเห็นผล และผลชัดที่สุดเมื่อไร?

Key Takeaways

  • โปรแกรม RedTouch Pro ไม่ใช่ Treatment ที่ควรประเมินผลจาก “ทำวันนี้ พรุ่งนี้ต้องเห็นเต็มที่” เพราะหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ Collagen Remodeling ซึ่งต้องใช้เวลา

  • งานวิจัยล่าสุดในคนเอเชีย Fitzpatrick III–V ใช้ 3 Sessions ห่างกันครั้งละ 1 เดือน และติดตามผลต่อเนื่องถึง 6 เดือน

  • Skin elasticity ในงานดังกล่าวเริ่มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 1 เดือนหลัง Treatment ครั้งแรก และยังคงดีขึ้นในการติดตามถึง 6 เดือนหลังจบ Treatment

  • ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องทำจำนวนครั้งเท่ากัน งานทบทวนทางคลินิกของ 675 nm รายงาน Protocol สำหรับ rejuvenation ตั้งแต่ 1–4 ครั้ง ห่างประมาณ 30–45 วัน ตาม indication

  • ที่ Reva Clinic จำนวนครั้งและ Treatment Design ควรประเมินจาก Skin Quality, Ageing, Pores, Texture, Fine Lines และปัญหาเฉพาะบุคคล มากกว่าขายเป็นคอร์สจำนวนครั้งตายตัว


โปรแกรม RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?

นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนทำโปรแกรม RedTouch Pro


คำตอบคือ

ไม่มีจำนวนครั้งเดียวที่เหมาะกับทุกคน

เพราะคนที่อายุยังน้อยและต้องการ Prejuvenation ย่อมมี Treatment Goal ต่างจากคนที่เริ่มมี Fine Lines, Skin Laxity หรือ Texture ชัดเจน

หลักฐานทางคลินิกของเลเซอร์ 675 nm มี Protocol ที่แตกต่างกันตามปัญหาผิว โดยงานหนึ่งสรุปแนวทางสำหรับ Skin Rejuvenation ไว้ที่ประมาณ 1–4 Sessions ห่างกัน 30–45 วัน ขณะที่ Prejuvenation ใช้ประมาณ 1–2 Sessions ใน Protocol ที่ศึกษา

อีกงานวิจัยล่าสุดจากศิริราชศึกษาในผู้ที่มี Fitzpatrick Skin Type III–V โดยทำ 3 Sessions ห่างกันครั้งละ 1 เดือน และพบการเปลี่ยนแปลงของทั้ง Skin Elasticity, Wrinkles และ Pigmentation ในช่วงติดตามผล

ดังนั้นถ้าถามว่า “ต้องซื้อ 3 ครั้งเลยไหม?”

คำตอบของผมคือ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจำนวนครั้ง

ควรเริ่มจากว่า เราต้องการแก้ปัญหาอะไร


แล้วโปรแกรม RedTouch Pro กี่วันเห็นผล?

จุดนี้ต้องแยกระหว่าง

“เริ่มรู้สึกว่าผิวเปลี่ยน”
กับ
“Collagen Remodeling เห็นผลเต็มที่”

เพราะไม่ใช่ Timeline เดียวกัน

หลังทำ – ช่วงแรก

หลัง Treatment บางคนอาจรู้สึกว่า Skin Texture หรือภาพรวมของผิวดูดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้ผลในช่วงวันแรกเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ของ Collagen

โปรแกรม RedTouch Pro ใช้เลเซอร์ 675 nm ซึ่งมีหลักฐานทาง Histology พบการเพิ่มขึ้นของเส้นใยคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ได้รับ Treatment โดยงานดังกล่าวประเมินเนื้อเยื่อที่ 45 วันหลังทำ

ดังนั้น Concept สำคัญคือ

Collagen ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ยิงวันนี้แล้วสร้างเสร็จในวันพรุ่งนี้


ประมาณ 1 เดือน — เริ่มประเมินการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้น

ช่วงประมาณ 1 เดือนเป็น Timeline ที่น่าสนใจมาก

งานวิจัยปี 2026 ในผู้ที่มี Fitzpatrick III–V พบว่า Gross และ Net Skin Elasticity ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 1 เดือนหลัง Treatment ครั้งแรก

Pigmentation ในงานเดียวกันก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ 1 เดือน และยังคงมีการเปลี่ยนแปลงในการติดตามที่ 3 และ 6 เดือน

ดังนั้นผมจะไม่เขียนว่า

“โปรแกรม RedTouch Pro เห็นผลใน 7 วัน”

แบบฟันธง

แต่จะสื่อสารว่า

การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจสังเกตได้ก่อน แต่ช่วงประมาณ 1 เดือนเป็นหนึ่งในช่วงที่เหมาะสำหรับเริ่มประเมินผลด้าน Skin Quality และ Elasticity


3 เดือน — Collagen Remodeling ยังดำเนินต่อ

ถ้าเป้าหมายคือ Fine Lines, Skin Quality และ Collagen สิ่งสำคัญคืออย่ารีบตัดสินผลเร็วเกินไป

งาน Facial Aging ก่อนหน้านี้ทำ 675 nm จำนวน 3 Sessions และพบการลดลงของ Wrinkle Score อย่างมีนัยสำคัญในการประเมินผลภายหลัง

อีก Case Series ของ Program RedTouch Pro ประเมิน Facial Rejuvenation ที่ 3 เดือนหลัง Treatment ครั้งสุดท้าย และรายงานการเปลี่ยนแปลงด้าน Wrinkles, Texture และ Tone

จึงอธิบายคนไข้ได้ง่าย ๆ ว่า

โปรแกรม RedTouch Pro เป็น Treatment ที่ผลค่อย ๆ Develop ไม่ใช่ Treatment ที่ผลทั้งหมดต้องเกิดทันทีหลังทำ


แล้ว 6 เดือนยังเห็นผลอยู่ไหม?

ข้อมูลใหม่ค่อนข้างน่าสนใจตรงนี้

ในการศึกษา 2026 ผู้เข้าร่วมทำ 3 Sessions เดือนละครั้ง แล้วติดตามต่อหลังจบ Treatment พบว่า Skin Elasticity ยังคงดีขึ้นในการติดตามถึง 6 เดือน และ Wrinkle Indentation Index มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ 6 เดือนเมื่อเทียบกับ Baseline

มากกว่า 70% ของผู้เข้าร่วมรายงานว่าดีขึ้นอย่างน้อย 50% ภายใน Treatment ครั้งที่ 3 และผลดังกล่าวยังคงอยู่ในการติดตามที่ 6 เดือน อย่างไรก็ตามเป็นการศึกษาเพียง 20 คน จึงไม่ควรตีความว่าทุกคนจะได้ผลในระดับเดียวกัน

นี่ทำให้ Timeline ของโปรแกรม RedTouch Pro เข้าใจง่ายขึ้นเป็น:

Treatment → Collagen Remodeling → Progressive Improvement

ไม่ใช่:

Treatment → เห็น Final Result ทันที


ทำไมบางคนทำ 1 ครั้ง แต่บางคนควรทำต่อเนื่อง?

เพราะ Treatment Goal ไม่เหมือนกัน

คนอายุยังน้อยที่ Skin Quality ค่อนข้างดีและต้องการ Prejuvenation อาจมี Treatment Plan ต่างจากคนที่มี Fine Lines, Enlarged Pores, Uneven Texture หรือ Skin Laxity มากกว่า

หลักฐานทางคลินิกเองก็ไม่ได้ใช้จำนวนครั้งเดียวกับทุก indication โดยมีตั้งแต่ 1–2 Sessions สำหรับบาง Prejuvenation Protocol ไปจนถึง 1–4 Sessions สำหรับ Rejuvenation

ดังนั้นที่ Reva Clinic เราไม่อยากเริ่มต้นด้วยคำถามว่า

“ต้องซื้อกี่ครั้ง?”

แต่จะเริ่มจาก

“ผิวตอนนี้มีปัญหาอะไร และเราอยากพาผิวไปถึงจุดไหน?”

แล้วจึงวางจำนวนครั้งและระยะห่างให้เหมาะกับเคส


ทำบ่อยกว่านี้ จะเห็นผลเร็วกว่าไหม?

ไม่จำเป็น

Collagen Remodeling ต้องใช้เวลา และ Protocol ในงานด้าน Skin Rejuvenation ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำถี่ทุกสัปดาห์

งานล่าสุดจากศิริราชใช้ระยะห่าง 1 เดือน ขณะที่ข้อมูลอีกชุดรายงานช่วงห่างสำหรับ Rejuvenation ประมาณ 30–45 วัน

ดังนั้นการทำถี่ขึ้นไม่ได้แปลว่าจะสร้าง Collagen ได้เร็วขึ้นตามสัดส่วน

แพทย์ควรเป็นผู้กำหนด Interval ตาม Treatment Goal, Skin Condition และ Parameter ที่ใช้


แล้วทำไม Program RedTouch Pro ที่ Reva Clinic แต่ละครั้งใช้เวลาต่างกัน?


จำนวน Sessions เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Treatment Plan

อีกส่วนที่สำคัญคือ แต่ละ Session ทำอย่างไร

ที่ Reva Clinic เราใช้แนวทาง 3 Modes — MOVE + Stamp + Spot และ Personalized Treatment ตามปัญหาผิวจริง

คนที่เน้น Overall Skin Quality อาจให้น้ำหนักกับ MOVE มากกว่า ขณะที่คนที่มี Pores, Texture หรือ Fine Lines ชัด อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมกับ Stamp และบริเวณเฉพาะจุด

Treatment จึงใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีตามแต่ละเคส

เพราะสำหรับเรา คำถามไม่ใช่เพียง

“ทำกี่ครั้ง?”

แต่คือ

“แต่ละครั้ง เราทำอะไรให้ผิวบ้าง?”

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม RedTouch Pro ของ Reva Clinic


สรุป: Program RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง?

ถ้าต้องการคำตอบสั้นที่สุด:

ไม่มีเลขเดียวสำหรับทุกคน

ข้อมูลทางคลินิกของ 675 nm มี Protocol สำหรับ Skin Rejuvenation ประมาณ 1–4 ครั้ง ห่าง 30–45 วัน ขณะที่งานล่าสุดในผิว Fitzpatrick III–V ใช้ 3 ครั้ง ห่างกันเดือนละครั้ง

ส่วน Timeline ของผลลัพธ์ควรมองเป็นระยะ:

ประมาณ 1 เดือน → เริ่มประเมิน Skin Quality / Elasticity ได้ดีขึ้น
ประมาณ 3 เดือน → Collagen Remodeling และผลด้าน Texture/Fine Lines พัฒนาต่อ
ประมาณ 6 เดือน → งานวิจัยยังพบการเปลี่ยนแปลงของ Elasticity และ Wrinkles หลังจบ Treatment

ดังนั้นแทนที่จะถามเพียงว่า “ต้องทำกี่ครั้ง?” สิ่งที่สำคัญกว่าคือการประเมินว่า ผิวของเรามีปัญหาอะไร ต้องการผลลัพธ์ด้านไหน และแต่ละ Session ถูกออกแบบอย่างไร

สำหรับ Reva ผมจะใช้ประโยคปิดบทความนี้ว่า:

Don’t count sessions. Make every session count.


บทความที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณต้องการการดูแลแบบไหน?

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่ Reva Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณเข้าใจและดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ

FacebookInstagramXTikTokYouTube