
Ulthera สยาม ที่ไหนดี? ราคา จำนวน Lines และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ ปี 2569
-


เมื่อพูดถึงโปรแกรม Ulthera หลายคนอาจคุ้นกับคำถามว่า “ต้องทำกี่ Lines ถึงจะเห็นผล?” และอาจเข้าใจว่ายิ่งใช้จำนวน Lines มาก ผลลัพธ์ในการยกกระชับก็ยิ่งดี
แต่ปัจจุบันแนวคิดในการทำ Ulthera เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นมากกว่าการดู “จำนวน Lines” เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะ การประเมินปัญหาของแต่ละคน การมองเห็นชั้นเนื้อเยื่อจริง และการส่งพลังงานไปยังความลึกที่เหมาะสม
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ Hi5 Protocol ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Plastic and Reconstructive Surgery – Global Open ในปี 2023

Hi5 Protocol เป็นแนวทางการทำ Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) หรือเทคโนโลยีที่ใช้ใน Ultherapy โดยออกแบบการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน แทนการใช้ treatment pattern เดียวกันกับทุกใบหน้า
หัวใจสำคัญคือ ไม่ได้พยายามใส่พลังงานจำนวนมากทั้งหมดภายในครั้งเดียว
ในงานวิจัย ผู้เข้าร่วมได้รับการรักษาประมาณ 280 Lines ต่อครั้ง ครอบคลุมใบหน้าและลำคอส่วนบน โดยรักษา 2 ระดับ ได้แก่
Superficial layer
เน้นบริเวณ deep dermis หรือชั้นใต้ผิว โดยใช้หัว 1.5 mm
Deep layer
แพทย์ใช้ภาพ Ultrasound แบบ Real-Time Visualization เพื่อมองหา SMAS และเลือกหัวที่มีความลึกเหมาะสมกับ anatomy ของบริเวณนั้น
จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ยิงกี่ Lines?” แต่เป็นคำถามว่า
“แต่ละ Line ถูกส่งไปตรงไหน และตรงกับชั้นที่เราต้องการรักษาหรือไม่?”
นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของ Hi5 Protocol
แทนที่จะทำ treatment จำนวนมากใน session เดียว งานวิจัยแบ่งการรักษาออกเป็น 3–5 sessions ตามปัญหาและระดับความหย่อนของแต่ละคน โดยผู้เข้าร่วมได้รับการรักษาเฉลี่ยประมาณ 4 ครั้ง
แต่ละครั้งใช้เฉลี่ยเพียงประมาณ 280 Lines
ผลการศึกษาพบว่า หลังจบ treatment course ผู้เข้าร่วมมีการยกของคิ้วเฉลี่ยประมาณ 1.7 mm และมี improvement บริเวณใต้คาง โดย independent physicians ประเมินว่ามี improvement ใน 87% ของเคส
งานวิจัยจึงเสนอว่า การแบ่ง treatment เป็นหลายครั้งสามารถให้ผลลัพธ์ที่ ไม่ด้อยกว่า standard single-session protocol ในกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ดังนั้น จำนวน Lines ต่อครั้งที่มาก ไม่ได้เป็นตัวแปรเดียวที่กำหนดผลลัพธ์









หนึ่งในจุดเด่นของ Ultherapy คือแพทย์สามารถใช้ Ultrasound เพื่อ มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำการรักษา
เนื่องจากความหนาของผิว ชั้นไขมัน และตำแหน่งของ SMAS ไม่ได้เหมือนกันในทุกคน หรือแม้แต่ในแต่ละบริเวณของใบหน้าคนเดียวกัน
Hi5 Protocol จึงเลือกหัวสำหรับการรักษาชั้นลึก หลังจากมองเห็น anatomy แล้ว
แนวคิดนี้ทำให้การทำ Ulthera เปลี่ยนจาก
“ทำจำนวน Lines ให้เยอะ”
มาเป็น
“ส่งแต่ละ Line ไปยังชั้นและตำแหน่งที่เหมาะสม”
มากขึ้น
คนที่มีความหย่อนบริเวณกรอบหน้า อาจต้องการ treatment plan แตกต่างจากคนที่มีปัญหาคิ้วตก หรือคนที่มีความหย่อนของผิวและ SMAS ในระดับที่แตกต่างกัน
จำนวน Lines ความลึก ตำแหน่ง จำนวน passes และจำนวนครั้งในการรักษา จึงสามารถปรับตาม anatomy และปัญหาของแต่ละคนได้
นี่คือแนวคิดสำคัญของการทำ Ulthera ในปัจจุบัน:
Different faces. Different needs. Different protocols.

ไม่เสมอไป
Hi5 Protocol ไม่ได้หมายความว่า “280 Lines คือจำนวนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน” และไม่ได้พิสูจน์ว่า Lines น้อยกว่าจะให้ผลดีกว่า Lines มาก
สิ่งที่งานวิจัยแสดงให้เห็นคือ ไม่จำเป็นต้องใส่ treatment จำนวนมากทั้งหมดในครั้งเดียวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ เพราะสามารถออกแบบ treatment ตามปัญหาและแบ่งการรักษาออกเป็นหลาย sessions ได้
นอกจากนี้ งานวิจัย Hi5 ยังเป็น pilot study ขนาดเล็ก โดยมีผู้เข้าร่วมที่นำมาวิเคราะห์ผลเพียง 10 คน ดังนั้นการเลือกจำนวน Lines ที่เหมาะสมยังควรพิจารณาจาก anatomy ระดับความหย่อน และการประเมินโดยแพทย์ของแต่ละบุคคล
คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่เพียง
“Ulthera ต้องทำกี่ Lines?”
แต่ควรถามว่า
“Lines เหล่านั้นถูกวางตรงกับปัญหาและชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องการรักษาหรือไม่?”
Hi5 Protocol เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่สะท้อนแนวคิดการทำ Ultherapy แบบ individualized treatment โดยใช้ Real-Time Visualization ร่วมกับการประเมิน anatomy เพื่อวางแผน ตำแหน่ง ความลึก จำนวน passes และจำนวน sessions ให้เหมาะกับแต่ละคน
ดังนั้น การทำ Ulthera ไม่จำเป็นต้องไล่เพิ่มจำนวน Lines ให้สูงที่สุดเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการประเมินปัญหาและการวางพลังงานอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล

Corduff N, Lowe S. Hi5 Protocol for the Use of Microfocused Ultrasound with Visualization. Plastic and Reconstructive Surgery – Global Open. 2023;11(8):e5184. doi:10.1097/GOX.0000000000005184.