ใต้ตาไม่สดใส ไม่จำเป็นต้องฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เสมอไป เลือก Skin Booster อย่างไรให้เหมาะกับปัญหา?
ปัญหาใต้ตาไม่ได้มีเพียง “ร่องลึก” แต่ยังรวมถึง ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ความหมองคล้ำ และคุณภาพผิวที่ลดลง ดังนั้นในคนที่ไม่ได้ต้องการเพิ่ม Volume หรือไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ การดูแลด้วยกลุ่ม Skin Booster และ Collagen Biostimulator อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยควรเลือกตามปัญหาหลักของแต่ละคน
Skin Booster ใต้ตาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
Definisse Hydrobooster Program
มี High Molecular Weight HA ร่วมกับ Glycerol เหมาะกับคนที่มีปัญหา ผิวใต้ตาแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และต้องการให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่ม Volume เล็กน้อย เนื่องจากหลังฉีดสามารถเห็นความอิ่มฟูได้ทันที แต่ระยะเวลาอาจสั้นกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ โดยทั่วไปประมาณ 1–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Juvelook Program
ประกอบด้วย PDLLA และ HA จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแล ริ้วรอยเล็ก ๆ และคุณภาพผิวใต้ตา ผ่านการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน
Rejuran HB Plus Program
ประกอบด้วย Polynucleotide (PN) ร่วมกับ HA เหมาะกับการดูแล คุณภาพผิว ความชุ่มชื้น และผิวใต้ตาที่ดูไม่สดใส รวมถึงผู้ที่มีผิวใต้ตาย้วย ยับ หรือไม่กระชับ และเริ่มมีถุงใต้ตาเล็กน้อย โดยเน้นการฟื้นฟูคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว
NCTF 135HA Program
ประกอบด้วย HA ร่วมกับวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และส่วนประกอบที่เป็นจุดเด่นอย่าง Glutathione จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแล ผิวใต้ตาที่ดูหมองและขาดความสดใส ควบคู่กับการเพิ่มความชุ่มชื้น
แล้วควรเลือกตัวไหนดี?
ไม่มี Skin Booster ตัวใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะปัญหาใต้ตาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ร่องลึกจากโครงสร้าง ผิวบาง ริ้วรอย ความแห้ง หรือเม็ดสี การประเมินสาเหตุก่อนรักษาจึงสำคัญกว่าการเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่ ไม่ต้องการฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์สามารถออกแบบการรักษาโดยเลือก Skin Booster หรือ Collagen Biostimulator ให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Key Takeaways
ใต้ตาคล้ำ แห้ง หรือมีริ้วรอย ≠ ต้องเติมฟิลเลอร์ทุกเคส
เลือกการรักษาตามปัญหาหลัก:
เติมเต็ม–ชุ่มชื้น: Definisse Hydrobooster
ริ้วรอย–Collagen: Juvelook
ฟื้นฟูคุณภาพผิว ไม่กระชับ ย้วย : Rejuran HB Plus
ผิวดูหมอง–ไม่สดใส: NCTF 135HA