คลินิกเปิดให้บริการแล้ว
ตารางแพทย์

Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างไร? งานวิจัยใหม่ในคนไทยติดตามผลถึง 6 เดือน

Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างไร

Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างไร? งานวิจัยใหม่ในคนไทยติดตามผลถึง 6 เดือน

พญ. สุกัญญารัตน์ รามคุณ (หมอ ปุ๋ย)
พญ. สุกัญญารัตน์ รามคุณ (หมอ ปุ๋ย)
16 กันยายน 2569 · เวลาอ่าน 7 นาที

Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องฝ้าได้อย่างไร? งานวิจัยใหม่ในคนไทยติดตามผลถึง 6 เดือน

Key Takeaways

  • ฝ้าเป็นภาวะเม็ดสีเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่รับประกันว่าจะทำให้ฝ้าหายถาวร 100%

  • งานวิจัยจากทีมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลศึกษา 675 nm Laser ในผู้หญิงไทย 28 คน Fitzpatrick Skin Type III–V

  • ผู้เข้าร่วมได้รับการรักษา 3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน และติดตามผลถึง 6 เดือน

  • ค่า mMASI ซึ่งใช้ประเมินความรุนแรงของฝ้า ดีขึ้น 41% ที่ 3 เดือน และยังดีขึ้นจากก่อนรักษา 34% ที่ 6 เดือน

  • มากกว่า 70% ของผู้เข้าร่วมประเมินว่าฝ้าดีขึ้นอย่างน้อย 50%

  • ผลข้างเคียงที่พบเป็นเพียงเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รอยแดงหรือตกสะเก็ดเล็ก ๆ และไม่พบ PIH ในการศึกษานี้


ฝ้ารักษาหายขาดได้ไหม?

คำถามที่พบบ่อยมากคือ “รักษาฝ้าแล้วจะหายเลยไหม?”

ฝ้า หรือ Melasma เป็นภาวะเม็ดสีที่มีลักษณะเรื้อรังและสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ แม้ฝ้าจะจางลงหลังการรักษาแล้ว ปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงแดด ความร้อน ฮอร์โมน และปัจจัยเฉพาะบุคคล อาจมีส่วนทำให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นได้อีก

ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาฝ้าในปัจจุบันจึงไม่ใช่การรับประกันว่า “ฝ้าจะหายถาวร 100%” แต่เป็นการช่วยลดความเข้มของฝ้า ควบคุมไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้นง่าย และวางแผนดูแลต่อเนื่องในระยะยาว

หนึ่งในเทคโนโลยีที่เริ่มมีข้อมูลวิจัยเพิ่มเติม คือ 675 nm Laser ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่ใช้ใน Program RedTouch Pro


Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องฝ้าอย่างไร?


Program RedTouch Pro ใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm ซึ่งอยู่ในช่วงที่เมลานินสามารถดูดซับพลังงานได้ จึงสามารถนำมาใช้กับปัญหา pigmentation ได้

นอกจากนี้ งานวิจัยยังอธิบายถึงกลไกที่อาจเกี่ยวข้องกับ Photobiomodulation ซึ่งอาจช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีผ่านการลดกิจกรรมของเอนไซม์ Tyrosinase ขณะเดียวกัน 675 nm Laser แบบ non-ablative ยังอาจมีผลต่อ dermal remodeling ซึ่งมีความน่าสนใจเนื่องจากฝ้าไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับเม็ดสีเพียงอย่างเดียว

สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Program RedTouch Pro at Reva Clinic เพิ่มเติมได้


งานวิจัย 675 nm Laser ในคนไทยพบอะไร?

งานวิจัย Efficacy and Safety of 675-nm Laser Monotherapy for Melasma in Fitzpatrick Skin Types III–V โดยทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการตีพิมพ์ใน Dermatology and Therapy โดยศึกษาผู้หญิงไทยจำนวน 28 คน ที่มี Fitzpatrick Skin Type III–V

ผู้เข้าร่วมได้รับการรักษาด้วย 675 nm Laser จำนวน

3 Sessions → ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง → ติดตามผลถึง 6 เดือน

โดยใช้ทั้ง Moveo และ Standard modes และไม่ได้ใช้ยาชาในการรักษา

ผลการศึกษาที่น่าสนใจ

หลังการรักษา ค่า modified Melasma Area and Severity Index (mMASI) ซึ่งใช้ประเมินพื้นที่และความรุนแรงของฝ้า พบว่า

ดีขึ้น 41% ที่ 3 เดือน
และ
ยังดีขึ้นจากก่อนรักษา 34% ที่ 6 เดือน

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ด้วย Antera 3D ยังพบการลดลงของ melanin และผู้เข้าร่วมมากกว่า 70% รายงานว่าฝ้าดีขึ้นอย่างน้อย 50%

ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะไม่ได้ดูเฉพาะภาพ Before–After หลังทำทันที แต่มีการ ติดตามผลต่อเนื่องถึง 6 เดือน


แล้วหมายความว่า Program RedTouch Pro อยู่ได้นาน 6 เดือนหรือไม่?

ไม่ควรตีความว่า “ทำแล้วผลอยู่ 6 เดือนในทุกคน”

สิ่งที่งานวิจัยบอกได้คือ หลังทำ 675 nm Laser 3 ครั้ง ผู้เข้าร่วมโดยรวม ยังมีระดับความรุนแรงของฝ้าที่ดีขึ้นจากก่อนรักษาเมื่อติดตามถึงเดือนที่ 6 โดยค่า mMASI ดีขึ้น 34% จาก baseline ณ จุดติดตามดังกล่าว

แต่ฝ้าเป็นโรคเรื้อรัง และผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันได้ ดังนั้นบางคนอาจจำเป็นต้องมีการรักษาหรือ maintenance เพิ่มเติม รวมถึงควบคุมปัจจัยกระตุ้นอื่นร่วมด้วย

พูดง่าย ๆ คือ

งานวิจัยแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ยังคงดีกว่าก่อนรักษาที่ 6 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ผลเท่ากันหรือฝ้าจะไม่กลับมาอีก


Program RedTouch Pro ต้องทำกี่ครั้ง?

จาก protocol ของงานวิจัยนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับการรักษา 3 ครั้ง โดยทำเดือนละ 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่เหมาะสมในการรักษาจริงไม่จำเป็นต้องเหมือนงานวิจัยทุกคน เพราะลักษณะของฝ้า ความลึกของเม็ดสี สีผิว ปัจจัยกระตุ้น และการรักษาที่เคยได้รับแตกต่างกัน

ที่ Reva Clinic จึงควรประเมินสภาพผิวและปัญหาฝ้าก่อนวางแผนจำนวนครั้งและพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล


675 nm Laser ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นหรือไม่?

เรื่องนี้สำคัญ โดยเฉพาะในคนเอเชีย เพราะการใช้พลังงานกับผิวสามารถมีความเสี่ยงต่อ Post-inflammatory Hyperpigmentation (PIH) ได้

ในการศึกษาผู้หญิงไทย 28 คนนี้ ผลข้างเคียงที่รายงาน ได้แก่ รอยแดงเล็กน้อยหรือตกสะเก็ดขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเพียงชั่วคราว และไม่พบ PIH ในกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแปลผลเป็นว่า Program RedTouch Pro “ไม่มีผลข้างเคียง” เพราะงานวิจัยมีจำนวนผู้เข้าร่วมค่อนข้างจำกัด และความเสี่ยงจริงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวิธีการรักษาด้วย


สรุป Program RedTouch Pro เหมาะกับคนเป็นฝ้าหรือไม่?

675 nm Laser เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีข้อมูลทางคลินิกสนับสนุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานวิจัยล่าสุดใน ผู้หญิงไทย Fitzpatrick Skin Type III–V ซึ่งใกล้เคียงกับกลุ่มผิวของคนไทยมากกว่างานวิจัยจากประชากรตะวันตก

ผลการศึกษาพบว่า หลังทำ 3 ครั้ง ความรุนแรงของฝ้าลดลง และยังพบผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจาก baseline เมื่อติดตามถึง 6 เดือน โดยไม่พบ serious adverse events ในการศึกษานี้

แต่สิ่งสำคัญคือ ฝ้าไม่ควรถูกมองเป็นปัญหาที่ทำเลเซอร์แล้วจบ การรักษาควรเป็นการวางแผนระยะยาว ทั้งการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับผิว การป้องกันแสงแดด การลดปัจจัยกระตุ้น และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

หากไม่แน่ใจว่าฝ้าของคุณเหมาะกับ Program RedTouch Pro หรือควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย สามารถเข้ามาประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษากับทีมแพทย์ Reva Clinic ได้


Reference

Thongjaroensirikul P, Tantrapornpong P, Bhorntarakcharoen W, et al. Efficacy and Safety of 675-nm Laser Monotherapy for Melasma in Fitzpatrick Skin Types III–V: A Prospective Pre–Post Intervention Study. Dermatology and Therapy. 2026;16(1):617–627.

อ่านงานวิจัยฉบับเต็มบน PubMed Central


บทความที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณต้องการการดูแลแบบไหน?

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่ Reva Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณเข้าใจและดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ

FacebookInstagramXTikTokYouTube