
โปรแกรม Karisma คืออะไร? คอลลาเจนสด Rh Collagen ราคา | Reva Clinic
โปรแกรม Karisma คอลลาเจนสด Rh Collagen คืออะไร? ช่วยเรื่องผิวบาง ผิวเหี่ยว ริ้วรอยอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ต่างจาก Sculptra อย่างไร อ่านข้อมูลก่อนตัดสินใจฉีด


ช่วงนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “คอลลาเจนสด” กันบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่กังวลเรื่องผิวบาง ผิวเหี่ยว ผิวยับ หรือริ้วรอยเล็ก ๆ แม้จะเคยทำเครื่องยกกระชับหรือฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนมาแล้วก็ตาม
แต่คอลลาเจนสดคืออะไรกันแน่? บางชนิดบอกว่ามาจากหมู บางชนิดใช้เทคโนโลยีจากหนอนไหม แล้วถ้าฉีดคอลลาเจนเข้าไปในผิว มันจะกลายเป็นคอลลาเจนใหม่ของเราจริงหรือเปล่า?
บทความนี้ REVA Clinic จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุที่ผิวแก่และเหี่ยว ไปจนถึงความแตกต่างระหว่าง Atelocollagen และ Recombinant Human Collagen (Rh Collagen) พร้อมเจาะลึกว่างานวิจัยปัจจุบันบอกอะไรเกี่ยวกับผลลัพธ์ของคอลลาเจนฉีดบ้าง

คอลลาเจนสด (Injectable Collagen) เป็นคำเรียกที่นิยมใช้ในวงการความงามสำหรับผลิตภัณฑ์คอลลาเจนชนิดฉีด ไม่ใช่ชื่อสารทางการแพทย์ที่หมายถึงคอลลาเจนเพียงชนิดเดียว
ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกว่าคอลลาเจนสดอาจใช้คอลลาเจนต่างชนิดกัน ทั้งจากแหล่งธรรมชาติและจากเทคโนโลยีการผลิตโปรตีน โดยสองกลุ่มที่ได้รับความสนใจ ได้แก่
Atelocollagen: คอลลาเจนจากเนื้อเยื่อสัตว์ เช่น หมู ที่ผ่านกระบวนการลดส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า Telopeptide
Recombinant Human Collagen (Rh Collagen): โปรตีนคอลลาเจนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีพันธุกรรม โดยบางผลิตภัณฑ์ใช้หนอนไหมที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อผลิตโปรตีนตามแบบมนุษย์
แม้ทั้งสองกลุ่มจะเกี่ยวข้องกับคอลลาเจน แต่ไม่ได้มีโครงสร้าง ส่วนประกอบ หรือหลักฐานด้านผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด
ที่สำคัญ การฉีดคอลลาเจนเข้าไป ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะเปลี่ยนสารที่ฉีดทั้งหมดให้กลายเป็นคอลลาเจนใหม่ของตัวเองอย่างถาวร
ทุกคนรู้ว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างสำคัญของผิว เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลง เราจึงพยายามดูแลผิวกันหลายวิธี ทั้งทาสกินแคร์ กินคอลลาเจน ทำเลเซอร์ เครื่องยกกระชับ และฉีด Collagen Biostimulator
แต่ทำไมบางคนทำมาหลายอย่างแล้ว ผิวก็ยังดูบาง เหี่ยว หรือมีริ้วรอย?
คำตอบส่วนหนึ่งคือ ผิวแก่ไม่ได้มีแค่คอลลาเจนน้อยลง แต่คอลลาเจนเดิมก็เสื่อมสภาพด้วย
ภายในชั้นหนังแท้มีเซลล์ที่เรียกว่า Fibroblast ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและองค์ประกอบอื่นของผิว เซลล์เหล่านี้อาศัยอยู่ท่ามกลางโครงสร้างที่เรียกว่า Extracellular Matrix หรือ ECM
ในผิวอายุน้อย เส้นใยคอลลาเจนยังมีความสมบูรณ์ Fibroblast สามารถแผ่ตัวและยึดเกาะกับเส้นใยรอบ ๆ ได้ดี
แต่เมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนบางส่วนถูกย่อยสลายและแตกเป็นชิ้น ๆ ส่งผลให้ Fibroblast ยึดเกาะกับโครงสร้างรอบตัวได้น้อยลง รูปร่างเซลล์เปลี่ยนไป และการสร้างคอลลาเจนอาจลดลงตามไปด้วย
งานวิจัยของ Varani และคณะ ในปี 2006 เปรียบเทียบผิวของคนอายุ 18–29 ปีกับคนอายุ 80 ปีขึ้นไป พบความแตกต่างทั้งด้านการสร้างคอลลาเจน รูปร่าง Fibroblast และการยึดเกาะระหว่างเซลล์กับเส้นใยคอลลาเจน
จึงอธิบายได้ว่า ปัญหาผิวสูงวัยไม่ได้เกี่ยวกับปริมาณคอลลาเจนอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เซลล์อาศัยอยู่ด้วย

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะแต่ละวิธีมีเป้าหมายและหลักฐานการรักษาต่างกัน
การกินคอลลาเจน จะผ่านกระบวนการย่อยเป็นเปปไทด์และกรดอะมิโน ไม่ได้เดินทางไปเป็นเส้นคอลลาเจนที่ผิวโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยเกี่ยวกับคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดรับประทานและคุณภาพผิวอยู่เช่นกัน
การทาสกินแคร์ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinoid อาจช่วยส่งเสริมการปรับสภาพผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจนได้ตามชนิดสารและความเข้มข้น
เครื่องยกกระชับและเลเซอร์ ใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อ โดยเครื่องแต่ละชนิดมีเป้าหมายต่างกัน ทั้งความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และลักษณะผิวชั้นตื้น
ส่วน คอลลาเจนชนิดฉีด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ต้องพิจารณาตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ปัญหาผิว และข้อมูลการศึกษาทางคลินิก
ดังนั้น คนที่ทำเครื่องยกกระชับมาแล้วแต่ยังมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวไม่เรียบ อาจต้องได้รับการประเมินว่าปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อย การสูญเสียปริมาตร หรือคุณภาพผิว ก่อนเลือกการรักษาเพิ่มเติม
คอลลาเจนฉีดไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1980–1990 คอลลาเจนฉีดจากวัว หรือ Bovine Collagen เช่น Zyderm และ Zyplast เคยเป็นหนึ่งในสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยม ใช้รักษาริ้วรอย ร่องผิว และการเติมเต็มบางตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนจากวัวในยุคนั้นมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ความเสี่ยงต่อการแพ้ ซึ่งทำให้ต้องทดสอบผิวหนังก่อนฉีดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ รวมถึงข้อจำกัดด้านระยะเวลาผลลัพธ์
ต่อมาเมื่อ HA Filler ได้รับการพัฒนาและใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น คอลลาเจนฉีดจากสัตว์ยุคเดิมจึงได้รับความนิยมน้อยลง
แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตคอลลาเจนเปลี่ยนไป และวงการความงามก็เริ่มให้ความสำคัญกับ Skin Quality มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเติมปริมาตรให้ใบหน้าดูเต็ม
จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คอลลาเจนฉีดกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

Atelocollagen คือคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการลดส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
คอลลาเจนจากเนื้อเยื่อสัตว์ เช่น หมู สามารถนำมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ และใช้เอนไซม์อย่าง Pepsin เพื่อลดส่วน Telopeptide ออก
กระบวนการนี้ช่วยลดความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเมื่อเทียบกับคอลลาเจนบางรูปแบบที่ยังมี Telopeptide อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดการแพ้เลย
Atelocollagen ยังมีการศึกษาในด้านอื่นของการแพทย์ เช่น วัสดุชีวภาพและการรักษาข้อเข่าบางประเภท อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในข้อเข่าไม่สามารถนำมาสรุปประสิทธิภาพของการฉีดบนใบหน้าได้โดยตรง

Recombinant Human Collagen หรือ Rh Collagen เป็นโปรตีนคอลลาเจนที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีพันธุกรรม
หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือการใช้หนอนไหมที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ให้สามารถผลิตโปรตีนคอลลาเจนสาย α1(I) ที่มีลำดับกรดอะมิโนตามแบบมนุษย์
จึงไม่ใช่การนำคอลลาเจนตามธรรมชาติจากตัวหนอนไหมมาฉีดเข้าผิวโดยตรง
ไม่เหมือนทั้งหมด
คอลลาเจน Type I ตามธรรมชาติในผิวมนุษย์ประกอบด้วยสายโปรตีนสามสายพันกันเป็นโครงสร้าง Triple Helix
แต่ Rh Collagen จากเทคโนโลยีหนอนไหมที่กล่าวถึงเป็นโปรตีนสาย α1(I) ซึ่งไม่ใช่โครงสร้าง Triple Helix ของคอลลาเจน Type I ที่สมบูรณ์
ดังนั้น คำว่า Human Collagen ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะมีโครงสร้างเหมือนคอลลาเจนในผิวมนุษย์ทั้งหมด

หัวข้อAtelocollagenRh Collagenแหล่งที่มาเนื้อเยื่อสัตว์ เช่น หมูผลิตด้วยเทคโนโลยีพันธุกรรมกระบวนการผลิตสกัดและลดส่วน Telopeptideให้ระบบชีวภาพผลิตโปรตีนตามแบบมนุษย์โครงสร้างขึ้นอยู่กับชนิดและกระบวนการผลิตขึ้นอยู่กับโปรตีนที่ผลิต เช่น α1(I)ความเสี่ยงแพ้ลดลงได้ด้วยกระบวนการผลิต แต่ไม่เป็นศูนย์ต้องพิจารณาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทั้งสูตรหลักฐานผลลัพธ์แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์
แล้วแบบไหนดีกว่ากัน?
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบโดยตรงที่เพียงพอจะสรุปว่า Atelocollagen หรือ Rh Collagen ดีกว่ากันในทุกด้าน
จึงไม่ควรเลือกเพียงเพราะเทคโนโลยีใหม่กว่า หรือเพราะภาพขยายของผลิตภัณฑ์ดูมีโครงสร้างเส้นใยที่แตกต่างกัน
นี่เป็นคำถามสำคัญที่สุดเกี่ยวกับคอลลาเจนสด
การฉีดคอลลาเจนเข้าไปในผิวไม่ได้หมายความว่าคอลลาเจนที่ฉีดทั้งหมดจะกลายเป็นคอลลาเจนใหม่ถาวร เพราะโปรตีนที่ฉีดสามารถถูกย่อยสลายโดยกระบวนการของร่างกายได้
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ผลิตภัณฑ์นั้นมีหลักฐานว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในผิวบ้าง เช่น ความเรียบเนียน ความขรุขระ ริ้วรอย หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่ตรวจวัดได้
งานวิจัยของ Di Rosa และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Biomedicines ปี 2024 ศึกษาสูตรฉีดที่ประกอบด้วย
Recombinant Human Collagen α1(I)
Hyaluronic Acid (HA)
Carboxymethylcellulose (CMC)
การศึกษามีผู้เข้าร่วม 100 ราย แบ่งตามปัญหาผิว ได้แก่ ผิวสูงวัย ผู้มีประวัติสูบบุหรี่ และผู้มีแผลเป็นบนใบหน้า
ผู้เข้าร่วมได้รับการฉีด 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน และประเมินผลด้วยเครื่อง Antera 3D รวมถึงแบบประเมินผลลัพธ์
ผลการศึกษาพบว่าความขรุขระของผิวลดลง และมีการรายงานว่าคุณภาพผิวดีขึ้นหลังการรักษา
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดสำคัญ คือศึกษาผลิตภัณฑ์สูตรผสมทั้งหมด ไม่ได้แยกพิสูจน์ว่า Rh Collagen เพียงตัวเดียวทำให้เกิดผลลัพธ์ทั้งหมด และไม่ได้เปรียบเทียบกับ Atelocollagen โดยตรง
จึงยังไม่ควรนำผลการศึกษานี้ไปสรุปว่าการฉีด Rh Collagen จะสร้างคอลลาเจนใหม่ได้แน่นอนในทุกคน
หลังฉีดคอลลาเจนสด บางคนอาจรู้สึกว่าผิวฟูขึ้นในช่วงแรก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปริมาตรของผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบที่ช่วยอุ้มน้ำ และอาการบวมจากการฉีด
เมื่ออาการบวมลดลง ความรู้สึกฟูอาจเปลี่ยนไปได้
แต่การที่ผิวดูยุบบางส่วนไม่ได้แปลว่าผลของการรักษาหมดลงทันที และความฟูช่วงแรกก็ไม่ใช่หลักฐานว่าร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่แล้ว
ควรประเมินผลตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ และเปรียบเทียบกับสภาพผิวก่อนรักษา



คอลลาเจนสดบางสูตรมีข้อมูลการศึกษาด้านคุณภาพผิว เช่น ความเรียบเนียนและความขรุขระ จึงอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่กังวลเรื่อง
ผิวบางหรือดูเหี่ยวตามวัย
ริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวดูยับ
ผิวไม่เรียบเนียน
คุณภาพผิวที่ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังหลังการรักษาวิธีอื่น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของชั้นหนังแท้ การสูญเสียไขมันใต้ผิว ความหย่อนคล้อย หรือผิวขาดความชุ่มชื้น
หากปัญหาหลักเป็นใบหน้าตอบจากการสูญเสียปริมาตรมาก หรือมีความหย่อนคล้อยชัดเจน การฉีดคอลลาเจนสดอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์
จึงควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุของปัญหาก่อนเลือกการรักษา
ทั้งคอลลาเจนสดและ PN (Polynucleotide) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ฉีดที่ถูกนำมาใช้ในแนวทางดูแลคุณภาพผิว แต่มีส่วนประกอบแตกต่างกัน
PN เป็นสารกลุ่ม Polynucleotide ส่วนคอลลาเจนสดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญ
หากต้องการเปรียบเทียบเรื่องความฟู การเติมปริมาตร หรือผลลัพธ์ด้านริ้วรอย ต้องพิจารณาเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่สามารถสรุปได้ว่าคอลลาเจนสดทุกชนิดดีกว่า PN หรือในทางกลับกัน
อ่านเพิ่มเติม: Program PN และการดูแลคุณภาพผิว
จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และปัญหาผิวแต่ละบุคคล
สำหรับสูตร Rh Collagen ร่วมกับ HA และ CMC ที่มีการศึกษาในปี 2024 ผู้เข้าร่วมได้รับการรักษา 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งในงานวิจัยไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องใช้แนวทางเดียวกัน และข้อมูลการติดตามถึงวันที่ 60 ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 6–12 เดือนในทุกคน
หากสนใจการรักษา ควรสอบถามแพทย์ถึงปริมาณ จำนวนครั้ง และความคาดหวังที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง
คอลลาเจนฉีดแตกต่างจาก HA Filler ในเรื่องการแก้ไขผลลัพธ์
HA Filler บางชนิดสามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อย่อยสลายได้ แต่สำหรับคอลลาเจนฉีด ยังไม่มีวิธีฉีดสลายที่เป็นมาตรฐานทั่วไปเทียบเท่ากับ Hyaluronidase
แม้ Collagenase จะเป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยคอลลาเจนได้ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นยาฉีดสลายคอลลาเจนบนใบหน้าที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยและได้ผลแน่นอน
นอกจากนี้ การฉีดคอลลาเจนอาจมีความเสี่ยง เช่น บวม ช้ำ ก้อน ปฏิกิริยาภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดเข้าหลอดเลือด ซึ่งอาจรุนแรงได้
จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบข้อมูลได้ และรับการรักษาจากแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคและการจัดการภาวะแทรกซ้อน
ที่ REVA Clinic เรามองว่าการดูแลผิวสูงวัยไม่ใช่เพียงการทำให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น แต่ต้องประเมินด้วยว่าปัญหาหลักอยู่ที่ความหย่อนคล้อย การสูญเสียปริมาตร หรือคุณภาพผิว
Program Rh Collagen เป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวบาง เหี่ยว ยับ และริ้วรอยเล็ก ๆ โดยใช้แนวทางประเมินเป็นรายบุคคล
ก่อนรักษา แพทย์จะพิจารณาสภาพผิว ประวัติการรักษาเดิม ตำแหน่งที่มีปัญหา และความคาดหวัง เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Program Rh Collagen | REVA Clinic

Varani J, et al. Decreased collagen production in chronologically aged skin: roles of age-dependent alteration in fibroblast function and defective mechanical stimulation. Am J Pathol. 2006;168(6):1861–1868. https://doi.org/10.2353/ajpath.2006.051302
Di Rosa L, et al. New Regenerative and Anti-Aging Medicine Approach Based on Single-Stranded Alpha-1 Collagen for Neo-Collagenesis Induction. Biomedicines. 2024;12(4):916. https://doi.org/10.3390/biomedicines12040916
Production of a non-triple helical collagen alpha chain in transgenic silkworms and its evaluation as a gelatin substitute for cell culture. Biomaterials. 2010. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20589667/
An Update on the Clinical Efficacy and Safety of Collagen Injectables for Aesthetic and Regenerative Medicine Applications. Polymers. 2023;15(4):1020. https://doi.org/10.3390/polym15041020
Natural and Sun-Induced Aging of Human Skin. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4292080/