คลินิกเปิดให้บริการแล้ว
ตารางแพทย์

คอมีริ้วรอย ผิวคอไม่กระชับ ทำอะไรดี? Program RedTouch Pro ช่วยได้ไหม? | Reva Clinic

Redtouch คอเหี่ยว

คอมีริ้วรอย ผิวคอไม่กระชับ ทำอะไรดี? Program RedTouch Pro ช่วยได้ไหม? | Reva Clinic

นพ. กฤตพัฒน์ สาระ (หมอ ปอนด์)
นพ. กฤตพัฒน์ สาระ (หมอ ปอนด์)
19 กันยายน 2569 · เวลาอ่าน 6 นาที

คอมีริ้วรอย ผิวคอเริ่มไม่กระชับ ทำอะไรดี? Program RedTouch Pro ช่วยได้ไหม?

เวลาพูดถึงการดูแลผิว หลายคนให้ความสำคัญกับใบหน้าเป็นหลัก แต่เมื่ออายุมากขึ้น บริเวณที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดไม่แพ้กันคือ ลำคอ

บางคนเริ่มเห็นเส้นเล็ก ๆ บริเวณคอ บางคนรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเหมือนเดิม หรือเริ่มมีความบางและความกระชับลดลง แม้ผิวหน้าจะยังดูค่อนข้างดีอยู่ก็ตาม

สาเหตุหนึ่งคือ เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้าง Collagen และ Elastic fibers ในผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับบริเวณคอเป็นตำแหน่งที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จึงสามารถเห็น Fine Lines และ Skin Laxity ได้มากขึ้น

หากปัญหาหลักยังอยู่ที่ คุณภาพผิว ริ้วรอยเล็ก ๆ และความกระชับของผิว การกระตุ้น Collagen ด้วย Laser จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณาได้

หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีข้อมูลการศึกษาบริเวณคอโดยตรงคือ 675 nm laser ที่ใช้ใน Program RedTouch Pro

Program RedTouch Pro ช่วยเรื่องริ้วรอยที่คอได้อย่างไร?


Program RedTouch Pro ใช้ Laser ความยาวคลื่น 675 nm โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การกระตุ้นกระบวนการ Collagen Remodeling ภายในผิว

ต่างจาก Filler หรือ Injectable Treatment ที่มีการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่เนื้อเยื่อ Program RedTouch Pro ใช้พลังงาน Laser เพื่อทำให้เกิด controlled microthermal zones และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของผิว

จึงเหมาะกับการพิจารณาในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Skin Quality, Fine Lines และการเปลี่ยนแปลงของ Collagen มากกว่าการเติม Volume หรือการยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยมาก

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Program RedTouch Pro ที่ Reva Clinic

มีงานวิจัยของ 675 nm laser ที่ทำบริเวณคอโดยตรงหรือไม่?

มี และเป็นจุดที่น่าสนใจของเทคโนโลยีนี้

งานวิจัย Histological Skin Changes After Treatment with 675 nm Laser ศึกษาชายอายุ 42 ปีที่ได้รับการรักษาด้วย 675 nm laser บริเวณคอ เนื่องจากมี signs of skin aging

หลัง Treatment 45 วัน ผู้วิจัยเก็บตัวอย่างผิวจากบริเวณที่ได้รับ Laser เปรียบเทียบกับบริเวณข้างเคียงที่ไม่ได้รับ Treatment เพื่อตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์ งานดังกล่าวรายงานการเปลี่ยนแปลงของ collagen fibers ที่สนับสนุนกลไกด้าน dermal remodeling หลังได้รับ 675 nm laser

อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็น Histological case study เพียง 1 ราย จึงเหมาะสำหรับใช้อธิบายกลไกของ Laser มากกว่าการนำมาใช้บอกว่าทุกคนจะได้ผลลัพธ์ในระดับเดียวกัน

แล้วเรื่อง “ผิวคอไม่กระชับ” ล่ะ?

ตรงนี้ต้องแยกคำว่า Skin Quality ออกจาก Laxity ให้ชัดเจน

หากเป็นความรู้สึกว่าผิวคอเริ่มบาง ไม่แน่นเหมือนเดิม มี Fine Lines หรือ Elasticity ของผิวลดลง Program RedTouch Pro อาจมีบทบาท เพราะเป้าหมายของ 675 nm laser อยู่ที่ Collagen Remodeling และ Skin Quality

ข้อมูลในคนเอเชียจาก Siriraj Skin Laser Center ที่เผยแพร่ในปี 2026 ก็พบว่า หลังทำ 675 nm laser 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน ค่า gross elasticity และ net elasticity ของผิวหน้าดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 1 เดือนหลัง Treatment ครั้งแรก และยังพบการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องถึง 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม งานนี้ศึกษา ผิวหน้า จึงไม่ควรนำตัวเลขมาอ้างเป็นผลลัพธ์ของบริเวณคอโดยตรง

แต่ถ้าคอหย่อนมาก Program RedTouch Pro อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

ริ้วรอยที่คอกับความหย่อนคล้อยของคอไม่ใช่ปัญหาเดียวกัน

ถ้าเป็น Fine Lines + ผิวบาง + Skin Quality ลดลง การกระตุ้น Collagen ในชั้นผิวด้วย Program RedTouch Pro อาจตรงกับปัญหา

แต่ถ้าเป็น Skin Laxity ที่ชัดขึ้น หรือมีการหย่อนของเนื้อเยื่อในระดับลึก อาจต้องพิจารณา Treatment ที่ลงลึกกว่า เช่น Ultrasound หรือ Energy-based Treatment ประเภทอื่นร่วมด้วย

มีงาน retrospective ที่เปรียบเทียบ 675 nm laser, microfocused ultrasound และการใช้ร่วมกันใน facial aging จำนวน 115 คน โดยกลุ่ม Combination มีการเปลี่ยนแปลงด้าน wrinkle และ laxity มากกว่าการใช้แต่ละ modality เดี่ยว อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นข้อมูลจาก ใบหน้า และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำ Combination Treatment

ดังนั้น เวลาประเมินคอ เราไม่ควรดูเพียงว่า “มีเส้นหรือไม่” แต่ต้องดูด้วยว่าเส้นนั้นมาจาก Skin Quality, Collagen loss, การเคลื่อนไหว หรือ Tissue Laxity มากน้อยแค่ไหน

Program RedTouch Pro บริเวณคอที่ Reva Clinic


การทำบริเวณคอไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการนำ Protocol จากใบหน้ามายิงต่อที่คอ

ผิวบริเวณคอมีลักษณะต่างจากใบหน้า ทั้งความหนาของผิว Anatomy และรูปแบบของริ้วรอย ดังนั้นแพทย์ควรประเมินก่อนว่าปัญหาหลักคืออะไร และเหมาะกับ 675 nm laser หรือไม่

ที่ Reva Clinic เราใช้ Program RedTouch Pro ผ่าน MOVE, STAMP และ SPOT โดยแพทย์เป็นผู้วาง Treatment Design ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล

ในคนที่กังวลเรื่องคอ เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่ที่การ “ยิงให้ครบพื้นที่” แต่ต้องดูว่าบริเวณใดเป็น Fine Lines บริเวณใดเป็นปัญหา Skin Quality และมีความหย่อนในระดับที่ควรใช้ Treatment อื่นร่วมด้วยหรือไม่

สรุป: Program RedTouch Pro เหมาะกับริ้วรอยและผิวคอไม่กระชับแบบไหน?

Program RedTouch Pro เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่เริ่มมี Fine Lines บริเวณคอ ผิวคอเริ่มบาง คุณภาพผิวลดลง หรือความยืดหยุ่นของผิวเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยใช้ 675 nm laser เพื่อกระตุ้น Collagen Remodeling

จุดที่น่าสนใจคือมีข้อมูล Histology ของ 675 nm laser จาก ผิวบริเวณคอโดยตรง ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของ Collagen หลัง Treatment แม้หลักฐานดังกล่าวจะยังเป็นการศึกษาเพียงรายเดียวก็ตาม

แต่ถ้าปัญหาหลักเป็นความหย่อนคล้อยของคอที่ชัดเจน Program RedTouch Pro อาจไม่ใช่ Treatment เดียวที่ตอบโจทย์ทั้งหมด และควรประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ Treatment ที่ลงลึกกว่าร่วมด้วยหรือไม่

ริ้วรอยที่คอจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “เส้น” แต่ต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่คุณภาพผิวหรือความหย่อนของโครงสร้าง แล้วเลือก Treatment ให้ตรงกับชั้นที่ต้องการแก้



บทความที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณต้องการการดูแลแบบไหน?

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่ Reva Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณเข้าใจและดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ

FacebookInstagramXTikTokYouTube